ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พัฒนาการเพื่อลูกเติบโตดี

บันทึก 5 พัฒนาการเพื่อลูกเติบโตดี
       “จากการควบคุมศีรษะ สู่การพลิกตัวและคืบ การนั่ง การคลาน และการก้าวเดิน”
การควบคุมศีรษะ...เมื่อเจ้าหนูชันคอดูสิ่งรอบข้าง
        เมื่อวัยแรกเกิดลูกน้อยจะคออ่อนมาก แต่จะเริ่มชันคอได้เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวัย 1-2 เดือน แล้วจะยกศีรษะขึ้นตั้งทํามุม 45 องศาได้แม้จะอยู่ในท่าคว่ำ ส่วนปลายเดือนที่ 6 ลูกจะเริ่มชันคอได้ดี หันไปดูสิ่งต่างๆ ได้ถนัดขึ้น เพราะควบคุมกล้ามเนื้อคอได้อย่างสมบูรณ์
 
การพลิกตัวและคืบ...เมื่อหนูอยากไปข้างหน้า
        เมื่อลูกถึงวัย 3 เดือน จะชูศีรษะและไหล่ขึ้นได้ โดยใช้แขนวางค้ำยันพื้น เมื่อเข้าสู่วัย 5 เดือน จะยกศีรษะขึ้น-ลง โดยงอแขนยันพื้นช่วย แล้วทําท่ายงโย่ ยงหยกเคลื่อนที่ไปมา พอวัย 6 เดือน ลูกก็จะพลิกตัว และคืบเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้แล้ว
 
การนั่ง....เมื่อหนูอยากเห็นให้สูงขึ้นอีกนิด
        ลูกเริ่มนั่งพิงได้บ้างเมื่อกล้ามเนื้อคอและศีรษะแข็งแรงพอ โดยเริ่มแสดงให้เห็นเมื่ออายุ 4 เดือน พอวัย 5 เดือนจะเริ่มนั่งด้วยตัวเองได้ชั่วครู่ เมื่อเข้าสู่วัย 7 เดือนจะนั่งได้เอง แล้วใช้มือสํารวจของที่เอื้อมถึง แล้วเรื่องการนั่งก็จะกลายเป็นเรื่องสบายๆ เมื่อเข้าสู่ 8 เดือน
 
การคลาน...เมื่อหนูอยากสํารวจโลก
       เมื่อถึงช่วง 6-7 เดือนลูกจะเริ่มคลาน เพราะกล้ามเนื้อแขน ขา หลังแข็งแรงเต็มที่ ลูกจะคลานได้ดี เปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็นคลานได้ใน 8 เดือน ส่วนวัย 9-10 เดือนเป็นช่วงที่ลูกคลานได้คล่อง มือกับเข่าทํางานเข้ากันดี คลานได้คล่อง กว่าจะจับตัวได้คุณแม่ก็แทบ หมดแรงเหมือนกัน
 
การก้าวเดิน...เมื่อรู้ว่าโลกกว้างรอหนูอยู่
      ช่วงสัปดาห์แรกๆ จะเห็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับของลูกเหมือนการก้าวเดินค่ ะ คือ อุ้มลูกให้เท้าแตะพื้น ลูกจะยกเท้าทําท่าเดินทันที ช่วง 5 เดือนถ้าอุ้มให้ยืนบนพื้น ลูกจะขย่มตัวขึ้น-ลงเหมือนกระโดด พอเข้าสู่วัย 8 เดือนก็จะใช้แขนเหนี่ยวตัวดึงตัวเองขึ้นยืน เกาะเครื่องเรือนได้ วัย 9-10 เดือนลูกก็จะงอเข่าเพื่อนั่งลงได้ แล้วก็จะยืนได้เก่ง ก้มตัวหรือนั่งยองๆ เองได้คล่องตั้งแต่ช่วงวัย 11 เดือนขึ้นไป
 
เมื่อเริ่มเดินได้ในช่วงวัยขวบปีแรก ตอนนั้นโลกกว้างทั้งใบก็จะเปิดออกสําหรับลูก เผยให้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่น่าเรียนรู้ น่าสํารวจ น่าตื่นตาตื่นใจไปเลยเชียวล่ะ
มาตรฐานการเติบโตของเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด - 6 ปี โดยเฉลี่ย
อายุ แรกเกิด น้ำหนักประมาณ 3 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 50 ซม.
อายุ 3 เดือน น้ำหนักประมาณ 5.5 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 60 ซม.
อายุ 6 เดือน น้ำหนักประมาณ 7 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 67 ซม.
อายุ 1 ปี น้ำหนักประมาณ 9 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 75 ซม.

ที่มา :
www.junjaowka.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเล่นของเด็กปฐมวัย

เด็กจะเริ่มชอบเล่นแบบแข่งขัน กับการเล่นโดยใช้จินตนาการซึ่งจะมีความซับซ้อนขึ้น เด็กจะชอบเล่นวาดภาพ ระบายสี งานประดิษฐ์เล็กๆน้อยๆ ชอบใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นรูปร่างต่างๆปั้นแป้งเป็นรูปสัตว์ หรือรูปทรงต่างๆการเล่นดังกล่าวเป็นการเล่นที่เด็กชอบเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ การถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะทำในความคิดของเด็กเองออกมาเป็นรูปเป็นร่างที่มอง เห็นได้ อีกทั้งความคล่องแคล่วทางกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายก็มีมากขึ้นเด็กจะ เล่นของเล่นที่สามารถใช้ความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อ มือ แขน ขา ตา การฟัง เช่น การโยนบอล ป่ายปีนบันใด ไต่ไม้แผ่นเดียว ตีกลอง เคาะวัสดุ ต่างๆ กล่าว ได้ว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถถ่ายทอดจินตนาการ ออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ไม่ว่าจะจากการวาด การปั้น การเล่นต่อรูปทรงเป็นรูปแบบต่างๆ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษสามารถส่งเสริมจนเป็น ความสามารถเฉพาะตัวได้ วัยห้าขวบถึงหกขวบ เด็ก วัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งต่างๆ ชอบเล่นเลียนแบบชีวิตของผู้ใหญ่ ชอบเล่นตั้งกฎเกณฑ์ต่า...

เด็กกับการอ่าน

เด็กกับการอ่าน   พับลิชเชอส์วีคลี รายงาน ผลวิจัยเรื่องการอ่านของเด็กและครอบครัว โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักพิมพ์สกอแลสติค สำรวจการอ่านเพื่อความบันเทิงของเด็กอเมริกันวัย 5-17 ปี พบว่าเด็กร้อยละ 92 สนุกกับการอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิง (นั่นคือไม่นับพวกหนังสือเรียน) แต่เด็กจะอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุเกิน 8 ปี และยิ่งอายุมากขึ้นสู่วัยรุ่นเท่าใด ก็ยิ่งอ่านน้อยลงเท่านั้น โดยรวมแล้วเด็กร้อยละ 30 อ่านหนังสือเป็นประจำ เด็กวัย 5-8 ปีร้อยละ 44 อ่านหนังสือเป็นประจำ แต่กลุ่มเยาวชนอายุ 15-17 ปีนั้น มีเพียงร้อยละ 16 ที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ส่วนร้อยละ 46 อ่านนานๆ ครั้ง (เป็นประจำคืออ่านทุกวัน นานๆ ครั้งคืออ่านเดือนละไม่เกิน 2-3 ครั้ง) ผลการศึกษาพบว่าที่อัตราการอ่านลดลงมากเมื่อวัยเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากผู้ปกครองไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี มีพ่อแม่เพียงร้อยละ 21 เท่านั้นที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ลูกของพ่อแม่ที่อ่านหนังสือเป็นประจำจะชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ (คิดเป็นร้อยละ 53) เมื่อเทียบกับลูกของพ่อแม่ที่อ่านนานๆ ครั้ง มีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่จะอ่านหนังสือเป็นประจำ สำนักพิมพ์แนะนำว่าถึงพ่อแม่จะไม่ค่...

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้ ก่อนการเรียนรู้ที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้นสมองต้องเกิดสมาธิก่อนค่ะ แต่ในปัจจุบันสิ่งเร้าต่างๆ เกิดขึ้นกับลูกมากจนเหมือนกับว่าเด็กสมัยนี้มีสมาธิจดจ่อสั้นไปหมด ขณะที่การเรียนรู้ที่ดีต้องการเด็กมีสมาธิ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ต้องหาแนวทางในการสร้างสมาธิให้กับลูกค่ะ สมาธิกับการทำงานของสมอง   ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ว่า สมาธิในเด็กไม่ใช่ Meditation (เข้าฌาน) แต่หมายถึง Better Attention หรือ มีความสนใจ ความจดจ่อ และความมุ่งมั่นให้อยู่กับเรื่องๆ เดียว ตามระยะเวลาที่ต้องการ ซึ่งการที่เด็กมรสมาธิจดจ่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นั้น ก็จะส่งผลให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดี และมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ ที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าสมาธิมีความสัมพันธ์กับสมอง เพราะเวลาเด็กนิ่ง ( Focus) เป็นเวลานานระยะหนึ่ง ( Sustain) สมองส่วนเซเรบรัม ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมดูแลการทำงาน เช่น ความจำ การแสดงออก การมองเห็น วิสัยทัศน์ การมีเหตุมีผล และอารมณ์ความรู้สึกเกิดคลื่นสมองอันหนึ่งที่ทำงานได้ดี ชื่อว่า “อัลฟา” (Alpha) ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดี เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย แล...