ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้

ก่อนการเรียนรู้ที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้นสมองต้องเกิดสมาธิก่อนค่ะแต่ในปัจจุบันสิ่งเร้าต่างๆเกิดขึ้นกับลูกมากจนเหมือนกับว่าเด็กสมัยนี้มีสมาธิจดจ่อสั้นไปหมด ขณะที่การเรียนรู้ที่ดีต้องการเด็กมีสมาธิ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ต้องหาแนวทางในการสร้างสมาธิให้กับลูกค่ะ
สมาธิกับการทำงานของสมอง ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ว่า สมาธิในเด็กไม่ใช่ Meditation (เข้าฌาน)แต่หมายถึง Better Attention หรือ มีความสนใจ ความจดจ่อและความมุ่งมั่นให้อยู่กับเรื่องๆ เดียว ตามระยะเวลาที่ต้องการซึ่งการที่เด็กมรสมาธิจดจ่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นั้นก็จะส่งผลให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดี และมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ ที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าสมาธิมีความสัมพันธ์กับสมองเพราะเวลาเด็กนิ่ง (Focus) เป็นเวลานานระยะหนึ่ง (Sustain) สมองส่วนเซเรบรัมซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมดูแลการทำงาน เช่น ความจำ การแสดงออก การมองเห็นวิสัยทัศน์ การมีเหตุมีผล และอารมณ์ความรู้สึกเกิดคลื่นสมองอันหนึ่งที่ทำงานได้ดีชื่อว่า “อัลฟา” (Alpha) ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดี เข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่าย และเกิดความจำที่ดีนั่นเอง
9 กิจกรรมส่งเสริมสมาธิลูก อารมณ์และความสนใจมีผลต่อความจำ สมาธิ การเรียนรู้ สติปัญญาและการทำงานของสมองเมื่อเด็กมีความสุขและใจจดจ่อกับการทำกิจกรรมแล้ว จะเกิดการกระตุ้นวงจรแห่งความปิติ (Reward Circuit) ให้ทำงานมากขึ้นอันจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดภาวะที่นิ่งสงบและจดจ่อกับการทำงานนั้นๆเรียกว่าเกิดสมาธินั่นเองวิธีการที่คุณแม่จะจัดสิ่งแวดล้อมให้ลูกเกิดสมาธิก็สามารถทำได้ไม่ยากจนเกินไปค่ะ
1. ตารางเวลาเริ่มต้นที่บ้านและตัวเองก่อนค่ะโดยคุณแม่ควรมีการจัดทำตารางเวลาให้ชัดเจนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนว่าเวลาไหนควรทำอะไรบ้างเป็นสิ่งแรกที่สัมพันธ์กับสติการรับรู้ อันเป็นบ่อเกิดของสมาธิตามมา
 2. จัดหามุมสงบหากบ้านมีเสียงอึกทึกคุณแม่ควรจัดหามุมสงบที่ลูกสามารถทำการบ้าน อ่านหนังสือโดยไม่มีเสียงดังรบกวนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เด็กสมาเสีย
3. ยืดเส้น เน้นสมาธิคุณแม่ลองใช้เทปกาวติดที่พื้นเป็นเส้นยาวเป็นทางตรงหรือเลี้ยวไปมาก็ได้และลองให้ลูกเดินบนเส้นนั้น อาจประยุกต์เป็นการตัดสติกเกอร์เป็นรูปรอยเท้าสัตว์ให้ลูกเดินตาม เด็กๆ ได้สนุกและมีสมาธิในการเคลื่อนไหวด้วย
4. นิทานนิทานสร้างสมาธิที่ดีให้เด็กได้เสียด้วย ขณะที่เล่าเด็กๆจะมีใจจดใจจ่ออยู่กับเรื่องที่เล่า แถมเสริมทักษะการฟังที่ดีเยี่ยมให้ลูกด้วยถ้าให้ดีอย่าลืมซักถามลูกเกี่ยวกับเรื่องที่เล่าด้วยนะคะ
5. ดนตรีดนตรีหรือเพลงจังหวะช้า มีผลต่อการทำงานของก้านสมองทำให้คลื่นสมองอัลฟาหลั่งออกมาอย่างดีค่ะ
6. วาดรูปศิลปะกับเด็กเป็นของคู่กันคุณแม่สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมทางศิลปะให้กับลูกได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสีไม้ สีน้ำ สีเทียนแค่จับและขีดเขียนจนเกิดเป็นรูปบิดเบี้ยวหรือสวยงามก็เกิดสมาธิได้แล้ว
7. พับกระดาษกิจกรรมนี้เป็นที่นิยมกันมากในญี่ปุ่นนอกจากจะทำให้เกิดสมาธิแล้วยังทำให้เด็กน้อยเกิดทักษะการทำงานประสานกันระหว่างมือและตาด้วยค่ะทีนี้หากลูกคิดจะฉีกกระดาษมาพับเครื่องบิน เต่า นก คุณแม่คงจะยิ้มออกแล้วใช่ไหมคะ
8. งานปั้นเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ให้ผลคล้ายกับการพับกระดาษค่ะแต่ที่มากกว่าก็คือเด็กๆ จะต้องฝึกนวดดิน สิ่งที่เด็กได้ก็คือมือน้อยๆ (กล้ามเนื้อมัดเล็ก)ได้ทำงานรวมถึงจิตใจที่ได้ฝึกความนุ่มนวลและสมาธิที่เกิดไปพร้อมๆ กับดินที่ค่อยๆนุ่มขึ้น
9. เกมแห่งสติขอปิดท้ายด้วยเกมสอดแทรกให้เด็กได้มีสติเข้าไปด้วยเกมแรกขอตั้งชื่อว่า สาวเสื้อแดงแต่มีข้อแม้ว่าต้องชวนเด็กๆแถวบ้านมารวมตัวกันเล่นแล้วจะสนุกสุดๆ โดยอาจตั้งโจทย์ว่าเด็กทุกคนที่ใส่เสื้อสีแดงให้แตะหัว 3 ครั้ง กระโดดตบมือ 10 ครั้ง แล้วเดินไปจับเก้าอี้สีแดง แถมให้อีกเกมคือระวัง อย่าขยับเกมนี้ให้คุณแม่ลองโยนดินสอหรือตะเกียบหลายๆ อันลงพื้นแล้วให้ลูกลองหยิบดินสอขึ้นมาได้โดยที่ดินสอแท่งอื่นๆ ไม่เขยื้อนเกมนี้ช่วยให้ลูกเริ่มคิดเป็นขั้นตอนอย่างมีสติมากขึ้น
การเลี้ยงดูของพ่อแม่ การจะดูพฤติกรรมของลูกว่าจะเป็นเด็กมีสมาธิหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของคนเลี้ยงด้วยค่ะเด็กบางคนอาจไม่ได้มีสมาธิสั้น แต่คุณแม่เป็นคนเร็ว คิดเร็ว ทำเร็วทำให้เด็กเลียนแบบพฤติกรรม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะเรียกว่าสมาธิสั้นเทียมเพราะมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ถ้าอยากให้ลูกมีสมาธิ นอกจากจะลองทำตามกิจกรรมข้างต้นดู คุณแม่ยังควรค่อยๆพูดกับลูกและให้คำชมกับเขาบ้างเพื่อจุดประกายให้ลูกมีความสนใจและอยากรู้อยากเห็นสิ่งสำคัญ คือคุณแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก อีกทั้งนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอการนอนไม่พอจะทำให้เด็กสะลึมสะลือและส่งผลกระทบต่อการเรียนพฤติกรรมอารมณ์ของเด็ก โดยเฉพาะทำให้ลูกสมาธิไม่ดี เบี่ยงเบนความสนใจง่าย 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเล่นของเด็กปฐมวัย

เด็กจะเริ่มชอบเล่นแบบแข่งขัน กับการเล่นโดยใช้จินตนาการซึ่งจะมีความซับซ้อนขึ้น เด็กจะชอบเล่นวาดภาพ ระบายสี งานประดิษฐ์เล็กๆน้อยๆ ชอบใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นรูปร่างต่างๆปั้นแป้งเป็นรูปสัตว์ หรือรูปทรงต่างๆการเล่นดังกล่าวเป็นการเล่นที่เด็กชอบเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ การถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะทำในความคิดของเด็กเองออกมาเป็นรูปเป็นร่างที่มอง เห็นได้ อีกทั้งความคล่องแคล่วทางกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายก็มีมากขึ้นเด็กจะ เล่นของเล่นที่สามารถใช้ความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อ มือ แขน ขา ตา การฟัง เช่น การโยนบอล ป่ายปีนบันใด ไต่ไม้แผ่นเดียว ตีกลอง เคาะวัสดุ ต่างๆ กล่าว ได้ว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถถ่ายทอดจินตนาการ ออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ไม่ว่าจะจากการวาด การปั้น การเล่นต่อรูปทรงเป็นรูปแบบต่างๆ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษสามารถส่งเสริมจนเป็น ความสามารถเฉพาะตัวได้ วัยห้าขวบถึงหกขวบ เด็ก วัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งต่างๆ ชอบเล่นเลียนแบบชีวิตของผู้ใหญ่ ชอบเล่นตั้งกฎเกณฑ์ต่า...

เด็กกับการอ่าน

เด็กกับการอ่าน   พับลิชเชอส์วีคลี รายงาน ผลวิจัยเรื่องการอ่านของเด็กและครอบครัว โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักพิมพ์สกอแลสติค สำรวจการอ่านเพื่อความบันเทิงของเด็กอเมริกันวัย 5-17 ปี พบว่าเด็กร้อยละ 92 สนุกกับการอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิง (นั่นคือไม่นับพวกหนังสือเรียน) แต่เด็กจะอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุเกิน 8 ปี และยิ่งอายุมากขึ้นสู่วัยรุ่นเท่าใด ก็ยิ่งอ่านน้อยลงเท่านั้น โดยรวมแล้วเด็กร้อยละ 30 อ่านหนังสือเป็นประจำ เด็กวัย 5-8 ปีร้อยละ 44 อ่านหนังสือเป็นประจำ แต่กลุ่มเยาวชนอายุ 15-17 ปีนั้น มีเพียงร้อยละ 16 ที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ส่วนร้อยละ 46 อ่านนานๆ ครั้ง (เป็นประจำคืออ่านทุกวัน นานๆ ครั้งคืออ่านเดือนละไม่เกิน 2-3 ครั้ง) ผลการศึกษาพบว่าที่อัตราการอ่านลดลงมากเมื่อวัยเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากผู้ปกครองไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี มีพ่อแม่เพียงร้อยละ 21 เท่านั้นที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ลูกของพ่อแม่ที่อ่านหนังสือเป็นประจำจะชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ (คิดเป็นร้อยละ 53) เมื่อเทียบกับลูกของพ่อแม่ที่อ่านนานๆ ครั้ง มีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่จะอ่านหนังสือเป็นประจำ สำนักพิมพ์แนะนำว่าถึงพ่อแม่จะไม่ค่...