ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วีธีนวดสัมผัสทารก

 
event_02.jpgวิธีนวดสัมผัสทารก
 
            วิธีการนวดสัมผัส : คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกด้วยว่าจะนวด และอุ้ม โอบกอด    ระหว่างการนวด ควรยิ้ม พูดคุยกับลูกและมองสบตาลูก
           
           การนวดสัมผ้สทำได้ทุกวัน :ในช่วงเริ่มแรกควรใช้เวลานวดน้อยๆก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาให้นานขึ้น ทารกแรกเกิด ใช้เวลา 2 - 5 นาที ทารกอายุ2เดือนขึ้นไป เพิ่มเวลาให้มากขึ้น แล้วค่อยๆเพิ่มแรงขึ้นแต่อย่านวดให้ทารกบาดเจ็บ              
 
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้นวดสัมผัสทารก
                 1. ล้างมือและแขนให้สะอาด
                 2. ถอดเครื่องประดับออกให้หมดก่อนเช่น แหวน กำไล นาฬิกา สร้อยข้อมือ เข็มกลัด เป็นต้น
                 3. ตัดเล็บให้สั้นและสะอาด
                 4. นวดคลึงทารกอย่างนุ่มนวล เบามือ ไม่กดหรือบีบแรงๆ
                 5. ขณะนวดควรพูดคุยกับทารก ร้องเพลงหรือเปิดเพลงเบาๆ
                 6.ไม่นวดบริเวณที่เป็นจุดบอบบางของทารก
                 7. สังเกตปฏิกิริยาทารกที่มีต่อการนวดสัมผัส และคอยสังเกตว่าทารกชอบให้นวดบริเวณใดเป็นพิเศษหรือไม่ หากไม่ชอบ ร้องไห้หรือแสดงอาการไม่พอใจอื่นๆ ให้หยุด

> การนวดศีรษะและใบหน้า : จัดท่าให้ลูกนอนหงาย วางผ่ามือทั้งสองบนศีรษะ ให้นิ้วมือประสานกันเล็กน้อย ตรงแนวกึ่งกลางศีรษะลูบลงมา จนถึงปลายคาง(ทำ 5ครั้ง)
 

: ใช้ปลายนิ้วและนิ้วกลางลูบไล้จากบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก ลงมาที่ขมับ ( ทำ 5 ครั้ง )
 
:นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้าง วางตรงกลางบริเวณเหนือริมฝีปากบน แล้วลากออกมาเป็นเส้นตรงจนสุดขอบปาก 5ครั้ง ต่อจากนั้น นวดบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง ในลักษณะเดียวกัน   
 
>การนวดหน้าอก : ใช้ผ่ามือทั้งสองข้าง ลูบไล้จากบริเวณกลางหน้าอก แยกมือออกจากกัน ไปทางด้านข้างของลำตัว ตามแนวซี่โครง โค้งลงมาชนกันที่กลางท้องน้อย โดยให้แนวการนวด เหมือนการวาดรูปหัวใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ(ทำ5ครั้ง)     
 
>การนวดแขน : จับข้อมือลูกยกขึ้นเหนือศีรษะ นวดบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งเป็นนวดต่อมน้ำเหลืองใต้ รักแร้ (ทำเหมือนกันทั้งสองข้าง) นวดแขนลูกทีละข้าง โดยจับแขนลูกแล้วยกขึ้น แล้วใช้มืออีกข้าง จับรอบแขน นวดคลึงเป็นห่วงวงกลม จากต้นแขน ค่อยๆเคลื่อนไปสู่ข้อมือ แล้วเคลื่อนลงไปต้น แขน ขึ้น-ลง (ทำ5ครั้ง) ต่อจากนั้น ใช้หัวแม่มือ กดฝ่ามือเบาๆ(ทำเหมือนกันทั้งสองข้าง)  
 

                          
 
>การนวดกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร : เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร                                                                               
:ใช้ผ่ามือลูบเป็นเส้นตรง จากใต้ราวนมด้านซ้าย ถึงบริเวณท้องน้อยเป็นรูปตัวไอ (ทำ5ครั้ง) 
 
        
:ใช้ผ่ามือลูบเป็นรูปตัวแอลกลับหัว บริเวณท้อง โดยเริ่มจากซ้ายไปทางขวา (ของผู้นวด)(ทำ5ครั้ง)
:ใช้ผ่ามือลูบเป็นรูปตัวยูคว่ำ โดยเริ่มจากซ้ายไปขวาของผู้นวด(ทำ5ครั้ง)
:วางฝ่ามือทั้งสองตั้งฉาก โดยเริ่มจากใต้ราวนม เคลื่อนมือลงด้านล่าง ถึงบริเวณท้องน้อย ทีละข้าง ทำเป็นจังหวะ เมื่อมือข้างหนึ่งเคลื่อนลงจนสุดก็เริ่มอีกข้างหนึ่งเคลื่อนลงล่าง ทำสลับกัน(ทำ5ครั้ง โดยนับมือหนึ่งมือใดเป็นหลัก)     
>การนวดขา : >นวดขาลูกทีละข้าง โดยจับขายกขึ้นแล้วใช้มืออีกข้างจับรอบขา นวดคลึงเป็น ห่วงวงกลม เริ่มจากต้นขา ค่อยๆเลื่อนไปสู่ปลายเท้า แล้วเคลื่อนลง(ทำข้างละ5ครั้ง) ต่อจากนั้นใช้หัวแม่มือ กดฝ่าเท้าลูกเบาๆ
 
:ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคลึงขาลูกไปมาสองมือสวนทางกัน โดยเริ่มจากหัวเข่าไปข้อเท้า แล้วคลึงลง (ทำข้างละ5ครั้ง) 
 

 
>นวดหลัง : จับลูกนอนคว่ำ เริ่มจากบริเวณไหล่ด้านหลัง ถูมือกับหลังในจังหวะเดินหน้า และถอยหลัง โดยให้มือหนึ่ง เคลื่อนลงและอีกมือหนึ่งเคลื่อนลงมาจนถึงก้นกบ แล้วเคลื่อนขึ้น (ขึ้นลง5ครั้ง)   
 







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเล่นของเด็กปฐมวัย

เด็กจะเริ่มชอบเล่นแบบแข่งขัน กับการเล่นโดยใช้จินตนาการซึ่งจะมีความซับซ้อนขึ้น เด็กจะชอบเล่นวาดภาพ ระบายสี งานประดิษฐ์เล็กๆน้อยๆ ชอบใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นรูปร่างต่างๆปั้นแป้งเป็นรูปสัตว์ หรือรูปทรงต่างๆการเล่นดังกล่าวเป็นการเล่นที่เด็กชอบเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ การถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะทำในความคิดของเด็กเองออกมาเป็นรูปเป็นร่างที่มอง เห็นได้ อีกทั้งความคล่องแคล่วทางกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายก็มีมากขึ้นเด็กจะ เล่นของเล่นที่สามารถใช้ความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อ มือ แขน ขา ตา การฟัง เช่น การโยนบอล ป่ายปีนบันใด ไต่ไม้แผ่นเดียว ตีกลอง เคาะวัสดุ ต่างๆ กล่าว ได้ว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถถ่ายทอดจินตนาการ ออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ไม่ว่าจะจากการวาด การปั้น การเล่นต่อรูปทรงเป็นรูปแบบต่างๆ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษสามารถส่งเสริมจนเป็น ความสามารถเฉพาะตัวได้ วัยห้าขวบถึงหกขวบ เด็ก วัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่ช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งต่างๆ ชอบเล่นเลียนแบบชีวิตของผู้ใหญ่ ชอบเล่นตั้งกฎเกณฑ์ต่า...

เด็กกับการอ่าน

เด็กกับการอ่าน   พับลิชเชอส์วีคลี รายงาน ผลวิจัยเรื่องการอ่านของเด็กและครอบครัว โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักพิมพ์สกอแลสติค สำรวจการอ่านเพื่อความบันเทิงของเด็กอเมริกันวัย 5-17 ปี พบว่าเด็กร้อยละ 92 สนุกกับการอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิง (นั่นคือไม่นับพวกหนังสือเรียน) แต่เด็กจะอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุเกิน 8 ปี และยิ่งอายุมากขึ้นสู่วัยรุ่นเท่าใด ก็ยิ่งอ่านน้อยลงเท่านั้น โดยรวมแล้วเด็กร้อยละ 30 อ่านหนังสือเป็นประจำ เด็กวัย 5-8 ปีร้อยละ 44 อ่านหนังสือเป็นประจำ แต่กลุ่มเยาวชนอายุ 15-17 ปีนั้น มีเพียงร้อยละ 16 ที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ส่วนร้อยละ 46 อ่านนานๆ ครั้ง (เป็นประจำคืออ่านทุกวัน นานๆ ครั้งคืออ่านเดือนละไม่เกิน 2-3 ครั้ง) ผลการศึกษาพบว่าที่อัตราการอ่านลดลงมากเมื่อวัยเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากผู้ปกครองไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี มีพ่อแม่เพียงร้อยละ 21 เท่านั้นที่อ่านหนังสือเป็นประจำ ลูกของพ่อแม่ที่อ่านหนังสือเป็นประจำจะชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ (คิดเป็นร้อยละ 53) เมื่อเทียบกับลูกของพ่อแม่ที่อ่านนานๆ ครั้ง มีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่จะอ่านหนังสือเป็นประจำ สำนักพิมพ์แนะนำว่าถึงพ่อแม่จะไม่ค่...

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้

สมาธิดี พ่อแม่ฝึกลูกได้ ก่อนการเรียนรู้ที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้นสมองต้องเกิดสมาธิก่อนค่ะ แต่ในปัจจุบันสิ่งเร้าต่างๆ เกิดขึ้นกับลูกมากจนเหมือนกับว่าเด็กสมัยนี้มีสมาธิจดจ่อสั้นไปหมด ขณะที่การเรียนรู้ที่ดีต้องการเด็กมีสมาธิ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ต้องหาแนวทางในการสร้างสมาธิให้กับลูกค่ะ สมาธิกับการทำงานของสมอง   ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ว่า สมาธิในเด็กไม่ใช่ Meditation (เข้าฌาน) แต่หมายถึง Better Attention หรือ มีความสนใจ ความจดจ่อ และความมุ่งมั่นให้อยู่กับเรื่องๆ เดียว ตามระยะเวลาที่ต้องการ ซึ่งการที่เด็กมรสมาธิจดจ่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นั้น ก็จะส่งผลให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดี และมีประสิทธิภาพด้วยค่ะ ที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าสมาธิมีความสัมพันธ์กับสมอง เพราะเวลาเด็กนิ่ง ( Focus) เป็นเวลานานระยะหนึ่ง ( Sustain) สมองส่วนเซเรบรัม ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมดูแลการทำงาน เช่น ความจำ การแสดงออก การมองเห็น วิสัยทัศน์ การมีเหตุมีผล และอารมณ์ความรู้สึกเกิดคลื่นสมองอันหนึ่งที่ทำงานได้ดี ชื่อว่า “อัลฟา” (Alpha) ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดี เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย แล...